Impression Click และ CTR คืออะไร? สิ่งไหนสำคัญกว่า

ในปัจจุบันนี้จะเห็นได้ว่ามีผู้ใช้อินเตอร์เน็ตเป็นจำนวนมาก ส่งผลให้ช่องทางออนไลน์เป็นหนึ่งในเครื่องมือสำคัญทางการตลาด โดยผู้ประกอบการจำนวนมากเลือกใช้สื่อออนไลน์ในการขับเคลื่อนธุรกิจของตน ซึ่งจุดเด่นที่ทำให้สื่อออนไลน์กลายมาเป็นสื่อโฆษณาช่องทางหลัก เนื่องจากสามารถจำกัดงบประมาณในการโฆษณาได้ตามต้องการ วัดผลได้ และเลือกกลุ่มเป้าหมายได้เจาะจงมากยิ่งขึ้น เป็นต้น จนส่งเสริมให้ธุรกิจเหล่านี้มีรายได้สูงขึ้นและบางรายเติบโตอย่างก้าวกระโดดเลยทีเดียว

สิ่งที่ตามมาคือกลุ่มผู้ประกอบการหรือเจ้าของธุรกิจรายใหม่ เริ่มมีความสนใจในสื่อออนไลน์เพิ่มขึ้น ซึ่งการศีกษาเพื่อทำความเข้าใจในรูปแบบการทำงานและพื้นฐานต่างๆ ของการโฆษณาออนไลน์ นับเป็นสิ่งที่สำคัญมากสำหรับผู้ประกอบการหรือเจ้าของธุรกิจรายใหม่

วันนี้ Yengo จึงจะขอพูดถึง 3 Key Metrics หลักๆ สำหรับการเริ่มต้นในการลงโฆษณาออนไลน์ เพื่อวัดผลของแคมเปญ ที่ทุกคนจำเป็นต้องรู้จักกัน

1. Impression

คือจำนวนครั้งที่โฆษณาของเราถูกแสดงผล โดย Impression ถือเป็น key Matric แรก ที่เราสามารถวัดผลได้ทันทีเมื่อโฆษณาถูกแสดงผลขึ้นตามเว็บไซต์ต่างๆ หรือที่เรียกว่า Display ซึ่งส่วนใหญ่แล้ว Impression จะนิยมใช้กับรูปแบบโฆษณาดังกล่าว เมื่อโฆษณาของเราถูกแสดงผล 1 ครั้งจะถูกนับเป็น 1 impression ทันที โดยที่การแสดงผลของโฆษณาในแต่ละครั้งต่อกลุ่มเป้าหมายของเรา 1 คน อาจจะมองเห็นโฆษณาของเราในหลายๆ ครั้งก็ได้ ซึ่งปกติผู้ลงโฆษณาจะจ่ายราคาที่ต้องการต่อการแสดงโฆษณา 1,000 ครั้ง หรือ Cost Per 1,000 impressions (CPM)

Impression

Impression

2. Click

คือจำนวนครั้งที่ผู้เข้าชมคลิกลงบนโฆษณาของเราเพื่อมายังหน้าเว็บไซต์ (Landing Page) หลังจากที่โฆษณาถูกแสดงผลขึ้น ซึ่งจะทำให้ผู้ลงโฆษณาสามารถวัดประสิทธิภาพของแคมเปญได้มากขึ้นว่า มีจำนวนคนที่สนใจแคมเปญ หรือ สินค้าของเราจริงๆ ในปริมาณเท่าใดจากการคลิกโฆษณา เพื่อเข้ามายังหน้าเว็บไซต์ (Landing Page) โดยการคิดราคาจะคิดต่อเมื่อมีคนคลิกลงบนโฆษณาของเราแล้วเช่น การคิดราคาในรูปแบบนี้เรียกว่า Cost Per Click (CPC)

Click

Click

3. CTR หรือ Click Through Rate

คืออัตราส่วนที่บ่งบอกว่าผู้เข้าชมคลิกโฆษณาของเราบ่อยแค่ไหน โดยสามารถคำนวณได้ตามสูตรด้านล่างนี้

  CTR  =     ( Click / Impression ) x 100

ถ้าหากแคมเปญของเรามีค่า CTR ในเปอร์เซ็นต์ (%) ที่สูง นั่นก็หมายถึงว่า โฆษณาของคุณเป็นที่น่าสนใจ แต่ในทางกลับกันถ้าค่า CTR มีเปอร์เซ็นต์ (%) ที่ต่ำ ก็คือ ผู้เข้าชมไม่สนใจโฆษณาของคุณนั่นเอง ดังนั้นการจะทำให้ CTR มีเปอร์เซ็นต์ (%) ที่สูงขึ้น หรือ ทำให้คนสนใจคลิกลงบนโฆษณาของคุณมากขึ้น อาจจะต้องปรับแคมเปญทั้งในส่วนของการออกแบบสร้างสรรค์โฆษณา และการเซตแคมเปญ โดยใช้ Targeting Tools ต่างๆ  เพื่อให้โฆษณาของเราถูกแสดงตรงไปยังกลุ่มเป้าหมายของแคมเปญโฆษณาเรามากที่สุด

CTR

CTR

จะเห็นได้ว่า 3 Key Metrics หลักนี้ เป็นปัจจัยวงล้อที่ส่งผลต่อกันละกัน ฉะนั้นการจะให้ความสำคัญกับ Metrics ตัวไหนมากกว่านั้น อาจจะต้องย้อนกลับมาที่ผู้ลงโฆษณาว่า “วัตถุประสงค์แคมเปญโฆษณาของคุณ คืออะไร?”  เมื่อเราตั้งวัตถุประสงค์ของแคมเปญได้แล้ว เราก็จะสามารถเลือกรูปแบบสื่อโฆษณาที่ตอบโจทย์กับวัตถุประสงค์ของผู้ลงโฆษณาได้เหมาะสมที่สุด

สนใจข้อมูลเกี่ยวกับการวางแผนแคมเปญและเพิ่มยอดขายด้วยโฆษณาออนไลน์

โทร. 02 632 1529 หรือคลิกเข้าสู่เว็บไซต์ www.yengo.com เพื่อดูข้อมูลเพิ่ม

อ่านเพิ่มเติม