7 พฤติกรรมการกินที่ผู้บริหารควรเลี่ยง ถ้าไม่อยากเสี่ยงโรครุมเร้า

การนำพาธุรกิจให้ประสบความสำเร็จ และสร้างรายได้สม่ำเสมอ ถือเป็นเรื่องที่ผู้บริหารทุกคนต้องโฟกัสด้วยกันทุกองค์กร แต่อีกหนึ่งสิ่งทีต้องดูแลควบคู่กันไประหว่างบริหารงานนั่นก็คือ การดูแลสุขภาพของตัวเอง โดยเริ่มจากการใส่ใจ “การกิน” ที่อาจมีหลายคนมองข้ามไป ซึ่งวันนี้! Yengobuzz มี 7 พฤติกรรมการกินที่ไม่ควรทำ มาเตือนใจคนธุรกิจเพื่อหลีกเลี่ยงการกระทำเหล่านั้นกันครับ

1.มองข้ามอาหารมื้อเช้า

อาหารเช้าถือเป็นมื้ออาหารที่สำคัญที่สุด เพราะหากคุณเลือกที่จะไม่กิน หรือข้ามไปกินควบกับมื้อกลางวันแทน นอกจากจะทำให้เป็นที่มาของโรคกระเพาะอาหารแล้ว ยังทำให้คุณเสียสมดุลในระบบการทำงานร่างกายอีกด้วย

2.ติดหวานเป็นชีวิตจิตใจ

กาแฟ น้ำอัดลม น้ำหวาน ถือเป็นเครื่องดื่มยอดฮิตของเหล่าผู้บริหารและคนทำงานทั่วๆ ไป ซึ่งการดื่มเครื่องดื่มเหล่านี้ไม่ใช่เรื่องที่ผิด แต่อาจนำมาด้วยแคลลอรี่และโรคเบาหวานได้ ทางที่ดีควรงดดื่มเครื่องดื่มหวานๆ หรือเพื่อสุขภาพของคุณเองควรเลือกดื่มน้ำเปล่า น้ำผัก หรือนมทดแทน

3.กินอาหารแช่แข็งเป็นประจำ

ในเรื่องของความสะดวกต่อการกิน ต้องยกให้อาหารแช่แข็ง เพราะเพียงแค่คุณเอาไปอุ่นในไมโครเวฟ ไม่กี่นาที ก็สามารถอิ่มอร่อยได้ในมื้อนั้นๆ แต่ในทางเดียวกันอาหารเหล่านั้นจะเริ่มทำลายสุขภาพ หากคุณเลือกที่จะกินเป็นประจำ

4.เลือกกินแต่อาหาร Junk Food

อีกหนึ่งทางเลือกในการกินอาหาร เมื่อคุณติดประชุมหรือมีงานล้นมือ การสั่งอาหารประเภท Junk Food มากินถือเป็นตัวเลือกที่ดี แต่คุณจะไม่ได้รับประโยชน์จากอาหารประเภทนี้ และอาจได้รับโทษมากกว่าด้วยซ้ำ เพราะด้วยวัถตุดิบและขั้นตอนการทำที่ไม่ได้คุณภาพเท่าที่ควร จึงไม่ควรเลือกที่จะกินเป็นประจำ

7 พฤติกรรมการกินที่ผู้บริหารควรเลี่ยง ถ้าไม่อยากเสี่ยงโรครุมเร้า

7 พฤติกรรมการกินที่ผู้บริหารควรเลี่ยง ถ้าไม่อยากเสี่ยงโรครุมเร้า

5.ทำกิจกรรมอื่นๆ ควบคู่กับการกิน

ถึงจะช่วยประหยัดเวลา และช่วยให้คุณสามารถทำงานอื่นๆ ไปพร้อมๆ กับการกินอาหารได้ แต่รู้หรือไม่ว่าการทำเช่นนี้อยู่เป็นประจำทุกวัน จะส่งผลเสียต่อระบบการย่อยของคุณลง ดังนั้นเมื่อถึงเวลากินอาหารควรที่จะนั่งกินบนโต๊ะอาหารมากกว่าที่โต๊ะทำงาน

6.ละเลยมื้อเย็น

เชื่อว่าด้วยจำนวนงานที่เยอะของผู้บริหาร บางครั้งการทำงานจนลืมเวลา หรือลืมที่จะกินอาหารเย็น ซึ่งเป็นเรื่องที่สามารถเกิดขึ้นได้ วิธีแก้ปัญหาง่ายๆ คือเงยหน้าขึ้นมามองเวลาสักนิด แล้วออกไปหาอะไรกินจากนั้นก็กลับมาลุยงานต่อ ซึ่งถือเป็นการพักผ่อนไปในตัวได้อีกด้วย

7.กินมากจนเกินไป

อาจจะเป็นข้อดีและข้อเสียได้ในเวลาเดียวกัน เมื่อออฟฟิศหรือบ้านของคุณมีห้องครัวที่เต็มไปด้วยเสบียงอาหาร เพราะอาจจะทำให้คุณติดนิสัยเดินไปหยิบอาหารมากินอยู่เป็นประจำในระหว่างโหมงานหนัก จนอาจทำให้น้ำหนักคุณเพิ่มขึ้นโดยไม่รู้ตัว ทางที่ดีควรเลือกกินแต่พอดีและเป็นเวลาก็จะช่วยได้

เมื่อได้รู้ทั้ง 7 พฤติกรรมที่ควรเลี่ยงแล้ว อย่าลืมที่จะนำไปสำรวจตัวเอง และใส่ใจในเรื่องของการกินอาหารในแต่ละมื้อมากขึ้นนะครับ เพื่อเป็นผลดีต่อสุขภาพและธุรกิจของคุณ

 

Source entrepreneurs-journey pixabay

ทราบพฤติกรรมการกินที่ถูกหลักไปแล้ว สนใจอยากรู้เรื่องการลงโฆษณา โปรโมตธุรกิจ สินค้าและแคมเปญ ติดต่อได้เลยที่ Yengo และ Nytive ครับ

อ่านเพิ่มเติม