“5 อาวุธคู่กาย” ที่เจ้าของธุรกิจ SME ต้องมีไว้ติดตัว

การเป็นเจ้าของธุรกิจที่ดีนั้น นอกจากจะต้องมีความรู้และความสามารถในธุรกิจที่คุณทำอยู่อย่างเชี่ยวชาญแล้ว ยังควรต้องมีทักษะที่จำเป็นอีกในด้านใดบ้าง? เพื่อที่จะช่วยให้ธุรกิจประสบกับความสำเร็จได้ถึงเป้าหมาย และบางทีมันอาจจะพาคุณไปได้ไกลกว่าที่คุณคิดเสียด้วยซ้ำ วันนี้! Yengobuzz จึงมี 5 อาวุธคู่กายที่สำคัญ ทีเจ้าธุรกิจจำเป็นต้องมีมาฝากกันครับ

1. Communicate ดี มีชัยไปกว่าครึ่ง

การติดต่อสื่อสารหรือ Communicate ถือเป็นอาวุธสำคัญของผู้นำองค์กร และเป็นเครื่องมือที่จะช่วยนำพาธุรกิจของคุณไปสู่ความสำเร็จได้ ไม่ว่าจะเป็นการสื่อสารกับบุคคลภายในองค์กร หรือการติดต่อสื่อสารกับลูกค้า จะเห็นได้ว่าความสำคัญของการสื่อสารที่ดี จะสามารถขับเคลื่อนธุรกิจของคุณไปข้างหน้าได้อย่างไม่น่าเชื่อ

2. ต้องสร้าง Brand เป็น

จุดเริ่มต้นของรากฐานธุรกิจก็คือ การทำให้แบรนด์เป็นที่รู้จักในกลุ่มเป้าหมายที่เราคาดหวัง ซึ่งปัจจุบันการเข้ามาของยุคดิจิทัล ทำให้การโปรโมทผลิตภัณฑ์ และการสร้างภาพลักษณ์ถือเป็นเรื่องที่ทำได้ง่ายและสะดวกรวดเร็ว นอกจากนี้การทำ Branding ที่ดีนั้น ผู้ประกอบการควรหมั่นศึกษา Case Study ของแบรนด์ชั้นนำต่างๆ ที่เคยประสบความสำเร็จมาแล้ว เพื่อประยุกต์กลยุทธ์มาปรับใช้ให้เหมาะสมกับการสร้างแบรนด์ของธุรกิจคุณ

3. เป็นนักวางกลยุทธ์

การมีกลยุทธ์ทางธุรกิจที่ดี ทั้งกลยุทธ์ในระยะสั้น-ระยะยาว ก็เปรียบได้กับธุรกิจของคุณมี “แผนที่” ไว้คอยชี้นำทิศทางก็ว่าได้ เพื่อเป็นการกำหนดเป้าหมายของธุรกิจ การผลักดันองค์กรให้เติบโต หรือการแข่งขันทางการตลาด ซึ่งการรู้จักวางแผนกลยุทธ์นั้น จะช่วยให้ธุรกิจของคุณแข็งแกร่งและเป็นผู้นำในตลาดอยู่เสมอ

4. มีความเป็นนักขาย และ Inspire คนได้

หากคุณเป็นเจ้าของธุรกิจที่วางแผนเก่ง แต่ขาดทักษะด้านการขาย หรือโน้มน้าวจิตใจคน ก็อาจทำให้คุณสูญเสียรายได้ก้อนโตไปอย่างน่าเสียดาย ดังนั้นการฝึกการขาย Inspire ลูกค้าหรือนายทุนให้เป็น ถือเป็นเรื่องที่จำเป็นมากสำหรับผู้ประกอบการ แต่ถ้าหากคุณไม่ถนัดในด้านนี้จริงๆ ก็ควรจะค่อยๆ เริ่มฝึกฝนและเรียนรู้เทคนิคเพิ่มเติมผ่านสื่อมีเดียต่างๆ หรืออาจจะลองหากูรูนักขายที่เชี่ยวชาญมาเป็นโค้ชธุรกิจให้แก่คุณ เป็นต้น

5. เงิน เงิน เงิน เรื่องต้องรู้

แม้เรื่องของตัวเลขจะชวนให้คุณปวดหัว แต่การทำความเข้าใจหลักเบื้องต้นของเรื่องการเงิน ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของต้นทุน กำไร จุดคุ้มทุน กระแสเงินสด และเรื่องภาษี ทั้งหมดนี้จะช่วยให้คุณสามารถเข้าใจถึงความเป็นไปของธุรกิจว่ากำลังอยู่ในสภาวะใด ‘คล่องตัว’ หรือว่า ‘ขาดทุน’ และที่สำคัญจะทำให้คุณรู้ “สุขภาพของธุรกิจตัวเอง” อยู่เสมอ

จากที่กล่าวมาในข้างต้นนี้ หากคุณรู้ว่ายังขาดทักษะหรืออาวุธทางด้านใดอยู่ ก็ควรรีบพัฒนาทักษะนั้นๆ เพื่อนำไปใช้ในธุรกิจของคุณให้ดำเนินไปข้างหน้าได้อย่างราบรื่นต่อไป

 

Source: Entrepreneur Pexels.com

อ่านเพิ่มเติม