3 สัญญาณชี้ ถึงเวลารีแบรนด์ ธุรกิจของคุณแล้ว

สิ่งแรกที่ลูกค้าจะจดจำธุรกิจคุณได้ดีที่สุด ก็คือ “แบรนด์” ที่เปรียบเสมือนประตูหน้าด่าน ในสร้างการรับรู้ และเข้าถึงกลุ่มเป้าหมาย ซึ่งองค์ประกอบหลักๆ ของแบรนด์ที่ดี ประกอบไปด้วย ชื่อ สโลแกน โลโก้ บุคลิกของแบรนด์ ซึ่งล้วนเป็นสิ่งที่เจ้าของธุรกิจ และนักการตลาด ทุกคน ต้องตระหนักถึง เมื่อเริ่มต้นสร้างแบรนด์ แต่ถ้าคุณมีทั้งหมดที่ว่ามาแล้ว แต่ธุรกิจยังไม่ประสบความสำเร็จตามที่คาดไว้แล้ว Yengobuzz มี 3 สัญญาณ บ่งบอกถึงเวลา รีแบรนด์ ธุรกิจของคุณ มาให้ตรวจสอบกันครับ

1.ชื่อแบรนด์เรียบเกินไป

ถ้าคุณกำลังคิดว่า การตั้งชื่อแบรนด์ที่เรียบง่าย ตรงไปตรงมาไว้ก่อน คือการตั้งชื่อแบรนด์ที่ เวิร์คที่สุด และสามารถใช้ชื่อนี้ได้ตลอดแบบไม่มีเอ๊าท์ อันที่จริงแล้ว จากคำอ้างอิงของ นิตยสาร Entrepreneur ระบุว่า การตั้งชื่อแบรนด์ด้วยคำพื้นฐาน ถือเป็น 8 อันดับแรกที่ควรหลีกเลี่ยง ด้วยเหตุผลที่ว่า ชื่อที่ธรรมดาเกินไป ไม่สามารถสร้างการจดจำที่ดีแก่ลูกค้าได้

นอกจากนี้ เว็บไซต์ Novanym ผู้ให้บริการด้านการตั้งชื่อแบรนด์ ยังแนะนำอีกว่า การตั้งชื่อธุรกิจ หรือ แบรนด์ ที่ดี ควรที่จะตั้งชื่อที่สามารถสร้างแรงบันดาลใจได้ด้วย

และหากคุณกำลังกังวลว่า ชื่อที่ตั้งนั้นครีเอททีฟมากเกินไป จะยากต่อการเข้าถึงกว่าการตั้งชื่อแบบธรรมดาอยู่ล่ะก็สบายใจได้เลย เนื่อจากปัจจุบันการเข้าถึงแบรนด์สามารถทำได้ง่ายขึ้น ผ่านอินเทอร์เน็ต และเครื่องมือการค้นหา อย่าง Search Engine ทำให้ไม่ต้องห่วงว่า ชื่อแบรนด์ที่ตั้งจะไม่เป็นที่รู้จักแต่อย่างใด

2.ธุรกิจอื่น มีชื่อซ้ำกับคุณ

ถือเป็นอุปสรรคอย่างยิ่ง เมื่อธุรกิจของคุณ มีชื่อเหมือนหรือมีความคล้ายคลึงกับธุรกิจอื่นๆ ซึ่งเราขอแนะนำให้คุณรีบรีแบรนด์ โดยด่วน! เพื่อป้องกันการสับสนของลูกค้า และเผื่อว่าบริษัทที่มีชื่อแบรนด์ คล้ายกับบริษัทคุณ เขามีชื่อและภาพลักษณ์ที่ดีกว่า จนทำให้คุณอาจถูกมองได้ว่าก๊อปปี้แบรนด์ก็เป็นได้

และในกรณีทีบริษัทมีชื่อคล้ายกับคุณ เกิดมีภาพลักษณ์ที่ไม่ดี อาจทำให้ลูกค้าเกิดความเข้าใจผิด คิดว่าเป็นแบรนด์ของคุณ จนทำให้ธุรกิจได้รับผลกระทบ จึงถือเป็นข้อควรระวัง

ตัวอย่างเช่น คุณผลิตเรื่องเกมคอลโซลรุ่นใหม่ออกมา แล้วตั้งชื่อว่า Playboy แน่นอนว่า คงจะไม่มีพ่อแม่ ผู้ปกครองท่านใด จะซื้อเครื่องเกมให้กับลูกของพวกเขาแน่นอน เพราะชื่อ Playboy นั้น เป็นชื่อของนิตยสาร และผลิตภัณฑ์ของเหล่าคุณผู้ชาย อีกทั้งคุณอาจจะถูกฟ้องเนื่องจากละเมิดเครื่องหมายการค้าอีกด้วย หรือในเคสตัวอย่างของ แบรนด์อาหารแช่แข็ง อย่าง Iceland ของประเทศอังกฤษ ที่ชื่อเกิดไปพ้องกับชื่อประเทศ Iceland จนเกิดเป็นข้อพิพาทขึ้น ซึ่งส่งผลกระทบต่อธุรกิจไม่น้อย

ดังนั้น เมื่อตั้งชื่อแบรนด์ได้แล้ว ก่อนนำไปใช้ ควรที่จะเช็คและตรวจสอบให้ดีเสียก่อน เพื่อไม่ให้แบรนด์ของคุณมีชื่อซ้ำ หรือคล้ายกับแบรนด์อื่นๆ จนเกิดปัญหาฟ้องเรื่องเกิดขึ้น คุณสามารถตรวจสอบได้ที่ MOZ หรือการค้นหาจาก Web Search Engine นั่นเอง

3 สัญญาณชี้ ถึงเวลารีแบรนด์ ธุรกิจของคุณแล้ว

3 สัญญาณชี้ ถึงเวลารีแบรนด์ ธุรกิจของคุณแล้ว

3.ชื่อแบรนด์ออกเสียงยากเกินไป

จริงอยู่ที่การตั้งชื่อแบรนด์ที่แหวกแนวไม่ซ้ำใคร จะช่วยสร้างเอกลักษณ์เฉพาะตัว และง่ายต่อการจดจำ แต่ทั้งนี้แต่ต้องดูด้วยว่า ชื่อแบรนด์ของคุณ ยากต่อการออกเสียงหรือไม่ เพราะหากลูกค้าของคุณ ไม่สามารถออกเสียงได้ถูกต้อง หรือไม่กล้าที่จะเอ่ยชื่อแบรนด์ออกมาดังๆ เพราะพะวงว่าจะพูดผิด คุณควรที่จะพิจารณาถึงการรีแบรนด์โดยด่วน! เพราะขืนปล่อยให้เป็นแบบนี้ต่อไป นอกจากลูกค้าจะไม่เกิดการจำจดแบรนด์ที่ดีแล้ว ยังส่งผลต่อการตัดสินใจซื้ออีกด้วย

ซึ่งในเรื่องนี้ แม้แต่ศาสตราจารย์ด้านจิตวิทยา Daniel M. Oppenheimer จากสถาบัน UCLA Anderson School of Management เคยออกมาให้ความเห็นในทำนองเดียวกันว่า หุ้นในตลาดหุ้นที่มีชื่อยากในการออกเสียง มักจะเป็นตัวที่ไม่ได้รับความสนใจจากผู้ลงทุน หรือแม้แต่นักการเมืองที่มีชื่อที่ออกเสียงยาก จะส่งผลให้ได้รับคะแนนเสียงเลือกตั้งน้อยกว่าชื่อที่อ่านง่ายกว่าเช่นกัน

ดังนั้นเมื่อคุณนำทั้ง 3 สัญญาณไปเช็คแล้วพบว่า แบรนด์ของคุณ เข้าข่ายตามหัวข้อที่เรากล่าวมาในข้างต้นนี้ ก็อย่าลืมปรึกษาหารือกันในทีมของคุณ เพื่อวางแผน แก้ไข “รีแบรนด์” ให้กับธุรกิจ เพื่อให้แบรนด์ของคุณ เป็นที่จดจำและไม่มีอุปสรรคต่อการสร้างยอดขายครับ

 

Source noobpreneur shutterstock

รู้สัญญาณที่บ่งบอกถึงเวลาที่ธุรกิจคุณ ต้องรีแบรนด์กันแล้ว อย่าลืมเลือกเครื่องมือที่มีประสิทธิภาพไว้ใช้ในการโปรโมตธุรกิจ เพื่อเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายที่ใช่ ตรงกลุ่มกันด้วย Yengo และ Nytive ครับ

อ่านเพิ่มเติม