3 วิธี “เขียนให้ขาย” ดันรายได้โฆษณาออนไลน์ “เติบโต”

ปัจจุบันการก้าวเข้าสู่ยุคเศรษฐกิจดิจิตอล ผู้ประกอบการธุรกิจออนไลน์ล้วนต้องคิดจาก Mobile First ก่อนเป็นอันดับแรกด้วยกันทั้งสิ้น เนื่องจาก Devices ที่ผู้ใช้งานใช้ส่วนใหญ่นั้นล้วนเป็นมือถือหรือแท็ปเล็ต ทำให้สัดส่วนของ Mobile Traffic  เพิ่มขึ้นแบบก้าวกระโดดมากกว่า  70% ของจำนวน Traffic ทั้งหมด เมื่อผู้บริโภคผูกติดชีวิตประจำวันเข้ากับ Mobile Devices พฤติกรรมการสั่งซื้อสินค้าก็เปลี่ยนไป โดยเริ่มหันมานิยมการสั่งซื้อผ่านระบบออนไลน์มากขึ้น โฆษณาออนไลน์ หรือ Display Ads จึงกลายเป็นตัวเลือกสำคัญที่ผู้ประกอบการทั้งในธุรกิจ SME หรือธุรกิจขนาดใหญ่ ใช้เป็นเครื่องมือในการโปรโมทให้แคมเปญโฆษณาประสบความสำเร็จ เนื่องจากเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายตัวจริงได้ตลอด 24 ชั่วโมง

การแสดงผลโฆษณาของ Yengo บนเว็บไซต์ชั้นนำต่างๆ สามารถกระจายการเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้พร้อมๆ กันจากการสร้างโฆษณาเพียงครั้งเดียว ทำให้การเขียนโฆษณาส่งผลโดยตรงต่อยอดขายในแต่ละแคมเปญ เพราะการเลือกใช้คำที่เป็นจุดเด่นของแบรนด์ ตรงประเด็น และน่าดึงดูด จะสามารถเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายให้คลิกที่โฆษณาได้เป็นอย่างดี และเกิด Action ตามต้องการได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งวันนี้ Yengo ได้นำเทคนิคสำคัญๆ เพื่อใช้ในการเขียนโฆษณาออนไลน์ให้น่าสนใจ ไปดูกันเลยครับว่าจะมีอะไรบ้าง?

1. เขียนเพื่อให้เกิด Viral

  • ใช้รูปแบบการตั้งคำถาม เทคนิคนี้ใช้กระตุ้นให้ลูกค้าเกิดความสนใจได้เป็นอย่างดี โดยคำถามที่ ใช้ควรเป็นคำถามที่จะช่วยแก้ไขปัญหากับลูกค้าได้ เช่น อยาก ‘ผอม’ รออะไร? เบื่อขาใหญ่? มองหาบ้านใหม่? เป็นต้น
  • ยิ่งห้ามยิ่งอยากดู การเขียนลักษณะนี้เหมือนเป็นการกระตุ้นความสนใจให้เกิดความอยากรู้ อยากเห็น อยากลอง จนคลิกเข้ามาในที่สุด เช่น “ไม่อยากผอมอย่าดู” “ใจไม่แข็งห้ามคลิก” “ขอเตือนคนจิตอ่อน” เป็นต้น
  • คำที่ใช้ ต้องไม่ตกกระแส เลือกใช้คำที่เป็นกระแสและน่าสนใจจากสังคมโลกออนไลน์มาประยุกต์เข้ากับข้อมูลของสินค้า เช่น อย่าหาว่าพี่สอนเลยนะ… Strong สุดๆ… เรามาถึงจุดนี้ได้ยังไง… เป็นต้น

2. เขียนเพื่อสร้าง Brand

  • ย้ำจุดเด่น เน้นจุดต่าง

“ความแตกต่าง” ถือเป็นหัวใจของการสื่อสารเพื่อทำให้เกิดการจดจำแบรนด์ได้อย่างแม่นยำ โดยควรดึงจุดเด่นที่แตกต่างจากคู่แข่งของคุณออกมาให้ได้มากที่สุด เพื่อย้ำให้เห็นข้อดีของผลิตภัณฑ์ที่มีเหนือกว่า เช่น หากคุณมีการให้บริการ “ส่งฟรีภายใน 24 ชั่วโมง” แต่คู่แข่งไม่มีบริการนี้ ก็ควรใช้เป็นข้อมูลเชิงรุกในการเขียนเพื่อตอกย้ำบริการ หรือ หากผลิตภัณฑ์ของคุณ มีส่วนประกอบจากธรรมชาติ 100% ก็ควรชี้ไปที่ข้อดีนี้ให้ชัดเจน รวมถึงผลวิจัยที่ได้รับการรองรับก็เป็นองค์ประกอบสำคัญที่ทำให้แบรนด์น่าเชื่อถือมากขึ้น เป็นต้น

  • ใช้เทคนิค Storytelling

เป็นเทคนิคการเขียนโฆษณาที่มีพลังมากที่สุดวิธีหนึ่ง เนื่องจากทำให้ลูกค้าเห็นภาพของผลลัพธ์ “ก่อน-หลัง” การใช้ง่ายขึ้น เช่น “เมื่อก่อนร่างอวบ แต่ตอนนี้ค่อยๆ ผอมขึ้น” หรือ “เมื่อก่อนห้องร้อนสิ้นดี แต่พอเปลี่ยนมาใช้แอร์ยี่ห้อนี้ เย็นเวอร์” เป็นต้น

3. เขียนเพื่อเน้นยอดขาย

  • Keyword ใช่ มีชัยไปกว่าครึ่ง!

เลือกใช้คำที่บ่งบอกข้อมูลของสินค้าของคุณให้ชัดเจนที่สุด เพื่อให้เกิดการรับรู้และเข้าใจได้ทันทีว่าคุณกำลังขายอะไรอยู่ ตัวอย่างเช่น ถ้าคุณต้องการเขียนโฆษณาขายรถ ควรระบุชัดๆ ว่าขายรถอะไร เป็นรถตู้ รถกระบะ หรือรถตู้สำหรับทำธุรกิจ Food Truck และควรใช้จุดเด่นต่างๆ หรือ Option เด่นของรถมาเป็น Keyword สำคัญเพื่อโฆษณาเป็นต้น

  • มีโปรดี ต้องรีบโชว์

หากมีข้อเสนอพิเศษ ส่วนลด โปรโมชั่นต่างๆ ที่น่าสนใจ ควรระบุเอาไว้บน Headline หรือ พาดหัว เพราะจะช่วยให้ลูกค้าตัดสินสั่งซื้อสินค้าได้ง่ายขึ้น เช่น “จองบ้านวันนี้ ลดทันที 1 ล้าน” หรือ “Summer นี้ เย็นฉ่ำ! กับเครื่องใช้ไฟฟ้า ลดราคาสูงสุด 40%” เป็นต้น

  • กำหนดระยะเวลาหรือจำนวน

เทคนิคนี้มักมีอิทธิพลต่อการเร่งรัดการตัดสินใจของลูกค้าให้ทำการสั่งซื้อเร็วขึ้น เช่นคำว่า “โปรฯ เด็ดวันนี้” หรือ “วันนี้เท่านั้น” และ “สิทธิพิเศษสำหรับ 10 ท่านแรก” เป็นต้น

  • เพิ่มคำ Call to Action

เพื่อเป็นการบอกให้ลูกค้ากระทำสิ่งใดสิ่งหนึ่ง หลังจากที่คลิกโฆษณาเข้ามาในเว็บไซต์แล้ว เช่น “สั่งซื้อได้ทันที” “คลิกเลย” หรือ “ดาวน์โหลดฟรี” เป็นต้น

  • เขียนให้ต่าง สร้างจุดขาย

ในการเขียนโฆษณาขึ้นมาแต่ละครั้งควรเขียนในมุมมองที่ต่างกัน เพื่อหาโฆษณาที่ดีที่สุดที่กลุ่มเป้าหมายให้ความสนใจ และใช้เป็นแนวทางในการสร้างโฆษณาครั้งต่อไป เช่น หากต้องการใช้ 2 โฆษณาในการแสดงผล ควรเขียนในมุมมองที่แตกต่างกันดังนี้ เช่น

โฆษณาที่ 1: อยากให้ลูกสอบได้ที่หนึ่ง? เปิดเทอมใหม่นี้ต้องมี Printer

โฆษณาที่ 2: ซื้อ Printer ให้ลูกใช้วันนี้ รับรองว่าถูก ทน ดี ใช้ยันจบปริญญา

อย่างไรก็ตาม การเขียนโฆษณาให้น่าสนใจนั้น ไม่ควรใส่คำหรือข้อมูลสินค้ามากเกินไป ควรเขียนให้สั้น กระชับ เข้าใจง่าย เพื่อดึงดูดความสนใจผู้ของเห็นโฆษณาได้ในเวลาอันสั้น เนื่องจากลูกค้าจะมีเวลาเพียงแค่ 2-3 วินาทีเท่านั้นที่จะตัดสินใจคลิกโฆษณา แต่ทั้งนี้ก็ไม่ควรเขียนโฆษณาสั้นจนเกินไป เพราะจากสถิติพบว่าโฆษณาที่ทำงานได้ดีความยาวของข้อความจะอยู่ที่ 25-50 ตัวอักษร และที่สำคัญให้ ‘เขียนในสิ่งที่ลูกค้ากำลังมองหา ไม่ใช่เขียนในสิ่งที่ผู้ขายอยากบอก’

 

สนใจข้อมูลเกี่ยวกับการเพิ่มยอดขายด้วยการเขียนโฆษณาออนไลน์
โทร. 02 632 1529 หรือคลิกเข้าสู่เว็บไซต์ yengo.com เพื่อดูข้อมูลเพิ่ม

อ่านเพิ่มเติม