ไขข้อข้องใจ! ธุรกิจ SME และ Startup ต่างกันอย่างไร?

คำว่า “Startup” ได้เกิดขึ้นและพุ่งแรงในประเทศไทย จนกลายเป็นธุรกิจกระแสสำหรับคนรุ่นใหม่ และไม่ว่าใครที่เริ่มทำธุรกิจเทคโนโลยีก็ต่างเรียกตัวเองหรือถูกเรียกว่าเป็น “Startup” ด้วยกันทั้งนั้น ซึ่งมีหลายคนยังสงสัยว่าแล้วธุรกิจ SME เหมือนกับ Startup หรือไม่? ขอตอบเลยว่า “ไม่เหมือนครับ” ถ้าเช่นนั้นแล้วทั้ง 2 ธุรกิจนี้ มีความแตกต่างกันอย่างไรบ้าง? วันนี้ Yengobuzz จะมาคลี่คลายให้เข้าใจมากขึ้นครับ

เริ่มกันที่ความหมายของธุรกิจ SME

SME หรือ Small and Medium Enterprise คือธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม แม้ว่าปัจจุบันจะถูกเรียกว่า SMB (Small and Medium Business) ก็ตาม ซึ่งเป็นธุรกิจที่เน้นการทำการตลาดที่ค่อนข้าง Mass ไม่ว่าจะเป็นในด้านการผลิต การจำหน่าย รวมถึงการบริการเอง เป็นธุรกิจที่มีความเป็นอิสระดำเนินงานโดยผู้ประกอบการเองเป็นเจ้าของทุน และควบคุมดูแลกิจการแต่เพียงผู้เดียว ซึ่งในปัจจุบันมีธุรกิจประเภทนี้ให้เห็นกันเป็นจำนวนมาก ไม่ว่าจะเป็นร้านค้า ร้านอาหาร ทั้งทางออนไลน์และอ็อฟไลน์

ซึ่งปัจจุบันมีผู้ประกอบการ SME ในประเทศไทยรวมทั้งสิ้นประมาณ 2,736,744 ราย และมีจำนวนผู้ขึ้นทะเบียนทั้งหมด 5,530 ราย (อ้างอิงข้อมูลจาก สสว.ในปี 2558) และในปี 2559 นี้ คาดว่าจะมีแนวโน้มผู้ประกอบการเพิ่มขึ้นอีกหลายราย

แล้วธุรกิจ Startup คืออะไร?

การเติบโตของธุรกิจจะเน้น “การโตแบบก้าวกระโดด” และมีวิธีสร้างรายได้ในระยะเวลาอันรวดเร็ว ส่วนใหญ่เป็นธุรกิจในแวดวงไอที เกิดขึ้นเพื่อแก้ปัญหาให้กับผู้บริโภคในชีวิตประจำวัน ตัวอย่างเช่น Flipkart เว็บไซต์ สั่งซื้อสินค้าออนไลน์ชื่อดังในประเทศอินเดีย หรือ Uber แอปพลิเคชั่นเรียกรถแท็กซี่ผ่านสมาร์ทโฟน และ Airbnb เว็บไซต์สำหรับลงประกาศ ค้นหาและจองที่พักทั่วโลกชื่อดังผ่านออนไลน์ อีกทั้งยังมีนายทุนให้การสนับสนุน

ไขข้อข้องใจ! ธุรกิจ SME และ Start up ต่างกันอย่างไร?

ไขข้อข้องใจ! ธุรกิจ SME และ Startup ต่างกันอย่างไร?

ประเภทของนายทุนประกอบด้วย 2 กลุ่มใหญ่ๆ คือ

1. Angel Investor คือ ผู้ที่เสี่ยงในการลงทุนตั้งแต่ธุรกิจยังไม่เสร็จสมบูรณ์ โดยนักลงทุนจะนำเงินบางส่วนจัดสรรมาจำนวนหนึ่ง เพื่อลงทุนกับธุรกิจ Startup ที่เห็นว่ามีแนวคิดที่น่าสนใจและน่าลองเสี่ยงที่ลงทุนด้วย

2. Venture Capital หรือที่เรียกสั้นๆ ว่า VC นั่นเอง คือ นักลงทุนรายใหญ่ ที่จะลงทุนกับธุรกิจที่มีความแน่นอนถึงจะยอมลงทุนด้วยในระดับ 100 ล้านขึ้นไป

ประเภทของนายทุน

ประเภทของนายทุน

ในด้านการลงทุนสามารถแบ่งระดับออกได้ดังนี้

Seed Fund ซึ่งทุนในระดับนี้มักจะมีวัตถุประสงค์สำหรับบริษัทที่คิดจะออกผลิตภัณฑ์ หรือเพื่อทำการตลาดในขั้นต้นเหมาะสำหรับบริษัทที่มีพนักงานไม่กี่คน และหากผลิตภัณฑ์ได้รับความนิยมก็จะได้รับทุนในระดับต่อไป

Series A เป็นระดับที่มีเงินลงทุนมากขึ้นเพื่อการขยายผลิตภัณฑ์ออกสู่ตลาดใหม่อย่างแท้จริง รวมถึงมีรูปแบบทางธุรกิจที่กว้างขึ้นอย่างเห็นได้ชัดเจน

Series B ถือได้ว่าเป็นระดับการลงทุนที่มากกว่า Seed Fund และ Series A ถึง 5 เท่าเลยทีเดียว แต่ถึงอย่างไรเงินสนับสนุนในระดับนี้ยังมีไม่มากนักเนื่องจากมีการใช้งบประมาณที่สูง

Series C & Beyond ความคล้ายคลึงของการลงทุนในระดับ Series B แต่ความเข้มข้นนั้นมีมากกว่า รวมถึงองค์กรที่ลงทุนนั้นมักจะเป็นแบบกองทุนเปิด สุดท้ายธุรกิจที่อยู่ในระดับ Unicorn นั้น จะต้องเป็นธุรกิจที่มีมูลค่ากิจการมากกว่า 1,000 ล้านดอลลาร์ และเป็นบริษัทที่ยังไม่ได้เข้าตลาดหุ้น ในปัจจุบันมีบริษัทมาแรงที่อยู่ในระดับนี้ได้แก่ Snapchat Pinterest และ Flipkart เป็นต้น

ประเภทของนายทุน

ประเภทของนายทุน

ความแตกต่างระหว่างธุรกิจ SME และ Startup

สิ่งที่แตกต่างอย่างเห็นได้ชัดนั่นก็คือ

1. โครงสร้างทางการเงินและการเติบโตรวมถึงการตลาด

เนื่องจากว่าธุรกิจ SME เป็นธุรกิจที่ผู้ประกอบการเป็นผู้ลงทุนตั้งแต่เริ่มแรก และมีการเติบโตเป็นไปอย่างค่อยเป็นค่อยไป มักมีเป้าหมายในการดำเนินการธุรกิจให้มีรายได้ประมาณปีละ 30-50% หรือหากเป็นช่วงเกิดใหม่อาจจะอยู่ที่ปีละ 100%-200% ส่วนในเรื่องการทำตลาดนั้นมีรูปแบบที่เป็นพื้นฐานมีกลุ่มเป้าหมายในทุกระดับชนชั้น ไม่เจาะกลุ่มและประเภทของกลุ่มเป้าหมายเท่ากับทางฝั่งของธุรกิจ Startup

2. ธุรกิจ Startup เป็นธุรกิจที่มีการวางแผนตั้งแต่เริ่มว่าต้องโตอย่างรวดเร็ว

มีเป้าหมายการเติบโตที่สูงอย่างน้อยปีละ 1,000% ซึ่งหากเติบโตได้น้อยกว่านี้ถือว่าธุรกิจยังไม่มีการโต และอาจถึงขั้นล้มเหลวในที่สุด เนื่องจาก Startup เน้นที่การติบโตมากกว่าเรื่องของรายได้ อีกทั้งโครงสร้างทางธุรกิจ มีการบริหารเฉพาะตัว ไม่จำเป็นต้องเป็นนายทุนเองเนื่องจากสามารถเสนอขายไอเดีย เพื่อดึงดูดนักลงทุนให้มาร่วมทุนได้ แต่ทั้งนี้ต้องเป็นธุรกิจที่สามารถนำเสนอในสิ่งที่เป็นที่ต้องการสำหรับตลาดขนาดใหญ่อีกด้วย ในส่วนของการตลาดนั้นจะเน้นกลุ่มคนที่ใช้สมาร์ทโฟนเป็นหลัก ไม่ว่าจะเป็นกลุ่ม Gen X Gen Y หรือ Gen M ก็ตาม

ความแตกต่างระหว่างธุรกิจ SME และ Startup

ความแตกต่างระหว่างธุรกิจ SME และ Startup

สุดท้ายนี้ หากคุณมีความคิดเริ่มริอยากทำธุรกิจ SME หรือ Startup ขึ้นมา สิ่งแรกที่ควรทำก็คือรู้ความต้องการของตัวเองเสียก่อนว่าคุณอยากทำอะไร มีความสนใจทางด้านไหน จากนั้นควรศึกษาแนวโน้มทิศทางของตลาดและกลุ่มเป้าหมายของคุณก่อนเริ่มลงมือทำจริง เพื่อโอกาสในการประสบความสำเร็จทางธุรกิจในอนาคต

 

Source: Microsoft Wamda pixabay.com

อ่านเพิ่มเติม